Categories

สรุปความหมายของดาวพระเคราะห์โดยสังเขป – ยูเรเนียน-uranian

สรุปความหมายของดาวพระเคราะห์โดยสังเขป

๑. ดาวอาทิตย์   (๑) d หมาย ถึงเกียรติ์  ร่างกาย    อำนาจ   ศักดิ์ศรี   ความเป็นผู้นำ   ยศศักดิ์   บุคคลเพศชาย   ข้าราชการ    ผู้นำ   หัวหน้า   เจ้าของกิจการ   บิดา และสามี (ในดวงชะตาสตรี) สิ่งของที่มีประกาย   เพชรพลอย   หรือวัตถุที่มีแสงมีพลังงานในตัวเอง

๒. ดาวจันทร์   (๒) อารมณ์   ความเพ้อฝัน   อารมณ์  จินตนาการ   ความใจอ่อน   ขี้สงสาร   อ่อนโยน   การแสดงออก   บุคคลเพศหญิง    พยาบาล    สถานให้การบริการ   สถานที่เกี่ยวพันกับสตรี   ภรรยา และมารดา   สำหรับในดวงชะตาสตรียังมีความหมายถึงตัวเจ้าชะตาเองอีกด้วย  รวมถึงของเหลวทุกชนิด

๓. ดาวอังคาร   (๓) หมายถึงการดิ้นรน  ความุ่งมั่น   การต่อสู้   ความขัดแย้ง   ควมขยัน   ทหาร   เครื่องยนตร์กลไก   การใช้กำลัง   ของแหลมของมีคม   โลหะ

๔. ดาวพุธ  (๔) หมายถึงความคิด  การวางแผน   การติดต่อ   ข่าวสาร   การประชาสัมพันธ์   เอกสาร   การใช้สมอง  นายหน้า  การศึกษาหาความรู้  การคบหาสมาคม

๕. ดาวพฤหัสบดี  (๕) หมายถึงโชคลาภ   ความสำเร็จ   ความดีงาม  ความช่วยเหลือ  ความรู้ (ปัญญา ) นักบวช    ศีลธรรม   การเรียนรู้   ผู้พิพากษา  ผู้หลักผู้ใหญ่  ความยุติธรรม

๖.  ดาวศุกร์  (๖) หมายถึงความรัก  ความสอดคล้องต้องกัน ความพึงพอใจ  ความเป็นศิลป     กามารมณ์   ศิลปิน    ทรัพย์สิน   ของสวยงาม   ของหอม   เครื่องอำนวยความสะดวก   บุคคลที่เกี่ยวกับศิลป และงานบันเทิงทุกรูปแบบ

๗. ดาวเสาร์  (๗) หมาย ถึงความทุกข์   ความเครียด   ความผิดหวัง   การพลัดพราก   เป็นทุกข์   คนแก่   ของเก่า   ที่ดิน   วัตถุโบราณ   ความเอาจริงเอาจัง   ความยืดเยื้อยาวนาน   สิ่งของที่มีลักษณะยาวๆ  เช่น ถนน

๘.   ดาวราหู  (๘) หมายถึงเล่ห์เหลียม   ไหวพริบ   ความมัวเมาลุ่มหลง   อบายมุข    นักเลงการพนัน    การหลอกลวง  การพลิกแพลง   ของผิดกฏหมาย   แหล่งมั่วสุม   สถานอบายมุข   สถานบันเทิงเริงรมย์ เช่นไนท์คลับ  บารเบียร์

๙. ดาวเกตุ  (๙) หมาย ถึงสิ่งศักดิ์ศิทธิ์   คลื่นแสงสว่าง    ความวุ่นวาย   ซิกแซก   คลื่นวิญญาณ   ของที่มียอดแหลมเช่น   เจดีย์ เป็นต้น   สถานที่ๆมีคนสัญจรพลุกพล่าน   สิ่งของแปลกๆพิศดาร

๑๐. ดาวมฤตยู  (๐) หมายถึงความวิบัติ   กระทันหัน   ความสับสน   ของสมัยใหม่   ของแปลกๆ   อุปกรณ์ไฟฟ้า   ความลึกลับ    เหตุการณ์ไม่คาดฝัน (ทั้งในทางดีและทางร้าย)  การเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามปกติวิสัยที่ควรเป็นโดยสิ้นเชิง   การหดเกร็ง

โดยได้แต่งเป็นคำกลอนเพื่อให้จำง่ายๆ  ดังนี้

ดูยศศักดิ์อัครฐานทาย            อาทิตย์

ดูรูปจริตให้ทาย                   จันทร์

ดูกล้าแข็งขันทาย                 อังคาร

ดูเจรจาอ่อนหวานให้ทาย        พุธ

ดูปัญญาบริสุทธิ์ทาย             พฤหัส

ดูกิเลศกำหนัดให้ทาย            ศุกร์

ดูโทษทุกข์ให้ทาย                 เสาร์

ดูลุ่มหลงมัวเมาทาย              ราหู

ดูอายุยืนอยู่ยั่งให้ทาย            เกตุ

ดูทุกข์ภัยอาเภททาย              มฤตยู

 

อัน ความหมายของดาวเคราะห์ทั้งหลายที่กล่าวมานี้เป็นเพียงความหมายเพียง ส่วนเล็กน้อยของดาวเคราะห์เท่านั้น  อันที่จริงทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนอยู่ในความหมายของดาวเคราะห์เหล่านี้ ทั้งสิ้น หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของความหมาย              อันความหมายของดาวเคราะห์ต่างๆเหล่านี้จะถูกขยายเพิ่มเติมอีกเมื่อไปทำมุม สัมพันธ์กับดาวดวงอื่น  เช่น    กุม  เล็ง   หรือ  โยค  เป็นต้น  ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะไปสัมพันธ์กับดาวดวงไหนในภพหรือเรือนชะตาใด ?   ดีหรือร้ายอย่างไร? เป็นคู่มิตร  คู่ธาตุ สัมพันธ์กันดีหรือร้ายอย่างไร?เป็นต้น

อนึ่งในการให้ความหมายของดาว พระเคราะห์ในที่นี้ยังคงยึดความหมายในแบบโหราศาสตร์ดั้งเดิมไว้ด้วย เนื่องจากเป็นพื้นฐานที่มีมาจากโบราณอดีต  อันเป็นการปูพื้นฐานของโหราศาสตร์เบื้องต้น

นอกจากนี้  ในปัจจุบันได้มีการค้นพบดาวพระเคราะห์เพิ่มเติม   วงการโหราศาสตร์ในสมัยปัจจุบันนี้ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการพยากรณ์กันมาก ขึ้น    ได้แก่  ดาวเนปจูน และ  ดาวพลูโต  โดยมีความหมายหลักๆดังนี้

เนปจูน ให้ความหมายถึงความคลุมเครือ   การหลอกลวง   หมอกไอ  แก๊ส  ของเหลว   ความผิดหวังล้มเหลว   การสลายตัว  ยาเสพติด  ยาพิษ   มหาสมุทร

พลูโต ให้ความหมายหลักถึงการเปลี่ยนแปลง   การพัฒนาการ   การปฎิวัติ   การปฏิรูปเปลี่ยนแปลง   การเปลี่ยนรูปแบบ

อัน ความหมายของดาวเนปจูนและดาวพลูโตนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่บรรดา นักโหราศาสตร์อยู่ ทั้งนี้โดยให้เหตุผลว่า  ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงนี้เพิ่งจะค้นพบไม่นาน  ยังมีสถิติในทางการพยากรณ์ยังน้อยอยู่  บ้างก็อ้างว่าผลการพยากรณ์ยังไม่ชัดเจน ประกอบกับดาวเคราะห์ที่มีอยู่แต่เดิมยังให้ผลในการพยากรณ์แม่นยำอยู่ และเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำดาวเคราะห์ทั้งสองดวงที่กล่าวมานี้ มาใช้ในการพยากรณ์ดวงชะตา  จึงยังไม่ยอมรับและนำมาใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์ดวงชะตา  ซึ่งทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ทรรศนะของนักโหราศาสตร์แต่ละท่าน

บทความที่เกียวข้อง

อัตราโคจรดาวพระเคราะห์

อัตราโคจรของดาวพระเคราะห์ -ยูเรเนียน

อัตราการโคจรของดาวพระเคราะห์

ดาวระเคราะห์นั้น มิได้สถิตย์นิ่งอยู่กับที่  มีการเคลื่อนตัวหรือโคจรไปรอบดวงอาทิตย์ที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ จักรวาล  ดาวเคราะห์เหล่านี้ล้วนโคจรไปด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน  สุดแท้แต่ความใกล้ไกลจากจุดศูนย์กลาง
แต่เนื่องจากในทางโหราศาสตร์นั้น  สนใจและพิจารณาผลของดาวพระเคราะห์ต่างๆ  ที่มีต่อโลกเท่านั้น  ดังนั้นจึงพิจารณาตำแหน่งของปัจจัยต่างๆ  ที่สัมพันธ์กับโลกใบนี้  โดยกำหนดเอาโลกเป็นจุดศูนย์กลาง (Geocentric   System)  และเมื่อมองออกไปจากโลกแล้ว  จึงมองเห็นดาวพระเคราะห์ต่างๆ  โคจรรอบโลก ต่อไปนี้เป็นอัตราการโคจรเฉลี่ยของดาวพระเคราะห์ที่มองไปจากโลก

ลัคนา     1 องศา ต่อ 4 นาที หรือ 2 ชั่งโมง ต่อ  1  ราศี
จันทร์     13 องศา  59  ลิปดา   ต่อวัน หรือ 2 วันครึ่ง ต่อ 1 ราศี
อาทิตย์     59  ลิบดา  8 ฟิลิบดา ต่อวัน  หรือ  1  เดือน  ต่อ  1 ราศี
พุธ     1 องศา  19  ลิปดา ต่อวัน  หรือ  1  เดือน  ต่อ  1  ราศี
ศุกร์     1 องศา  15  ลิปดา ต่อวัน หรือ 1 เดือน ต่อ 1 ราศี
อังคาร     38  ลิบดา ต่อวัน หรือ 1 เดือนครึ่ง ต่อ 1 ราศี
พฤหัสบดี     4  ลิบดา  59  ฟิลิบดา ต่อวัน หรือ 1 ปี ต่อ 1 ราศี
ราหู     3  ลิบดา 11 ฟิลิบดา ต่อวัน หรือ 1 ปีครึ่ง ต่อ 1 ราศี
เสาร์     3  ลิบดา 49 ฟิลิบดา ต่อวัน หรือ 2 ปีครึ่ง ต่อ 1 ราศี
มฤตยู     3  ลิปดา ต่อวัน หรือ 7 ปี ต่อ 1 ราศี
เนปจูน     1  ลิปดา 40 ฟิลิบดา ต่อวัน หรือ 15 ปี ต่อ 1 ราศี
พลูโต     1  ลิปดา 6 ฟิลิบดา ต่อวันหรือ 21 ปีครึ่ง ต่อ 1 ราศี

หาเวลาดาราศาสตร์ (Sidereal Time) ด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ

หาเวลาดาราศาสตร์ (Sidereal Time) ด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ

บทความชุดนี้จะแสดงวิธีการคำณวนหาเวลานักษัตรด้วยตัวเองอย่างง่ายๆโดยไม่ต้องอาศัยเครื่องมือใดๆทั้งสิ้น  ครับไม่ต้องใช้จริงๆ  นอกจากสมองและความรู้ที่ท่านจะได้สัมผัสและเรียนรู้จากบทความต่อจากนี้  บวกกับเวลาเล็กๆน้อยๆครับ ….

การหาเวลาเวลาดาราศาสตร์ (Sidereal Time) ด้วยตัวเองอย่างง่าย ๆ

เวลานักษัตรเป็นเรื่องที่สร้างความวุ่นวายแก่นักโหราศาสตร์ได้พอสมควร โดยเฉพาะนักโหราศาสตร์มือใหม่หัดขับหรือแม้กระทั่งผู้ที่ชำณาญแล้วก็ตาม เพราะท่านจะต้องมีตารางเวลานักษัตรสำเร็จบอกเวลานักษัตรเป็นรายวันทุกวัน ซึ่งตารางเวลานักษัตรนั้นท่านสามารถหาได้จากปฏิทินโหราศาสตร์ที่บอกตำแหน่งดาวมาตรฐาน(ดาราศาสตร์) ทั่วไปเช่น ปฏิทินราฟาเอล หรือปฏิทินลาหิรี เป็นต้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือในบางกรณีเราไม่สามารถที่จะหาปฏิทินหรือไม่สะดวกที่จะพกพาปฏิทินเหล่านี้ไปครั้งละมากๆ จึงทำให้ท่านไม่สามารถหาเวลานักษัตรเพื่อนำไปใช้หาลัคนา และทศมลัคนาต่อไป

ในที่นี้จะแนะนำให้รู้จักวิธีการคำณวนเวลานักษัตรด้วยตนเองอย่างง่ายๆ เพื่อนำไปใช้เปิดตารางสำหรับหาลัคนาและทศมลัคนาต่อไป

มีวิธีการดังต่อไปนี้

๑. กำหนดและคำณวนจุดตั้งต้นของเวลานักษัตร

ให้ตั้งค่าเริ่มต้นเวลานักษัตร ๐ ชม ๐ นท ๐ วท ที่เวลา ๐๐.๐๐ น. ของวันที่ ๒๑ กันยายน โดยมีอัตราการเพิ่มของเวลานักษัตร ๔ นท ต่อ ๑ วัน

๒.หาจำนวนวันจากจุดเริ่มต้นจนถึงวันเกิดแล้วเปลี่ยนจำนวนวันให้เป็นเวลานักษัตร

๓. หาเวลาที่เกินจากเวลาที่กำหนดจนถึงเวลาเกิด แล้วเปลี่ยนเวลาเกินที่หาได้เป็นเวลานักษัตร

๔. เพิ่มเวลาชดเชยตามเขตเวลา

๕. ชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อนตามจำนวนวัน


นำเวลาที่ได้จาก ๒,๓,๔ มารวมกัน แล้วลบด้วยเวลาที่หาได้จากข้อ ๕ ก็จะได้เวลานักษัตร ณ.เวลาเกิด

 

ตัวอย่าง

นาย ก เกิดวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พศ ๒๕๐๐ เวลา ๑๙.๐๐ น. อุบลราชธานี

๑.จุดเริ่มต้นเวลานักษัตร ๒๑ กย

๒.หาจำนวนวันที่เกิน

๒๑ กย – ๓๐ กย = ๙ วัน

๑ ตค – ๓๑ ตค = ๓๑ วัน

๑ พย – ๑๕ พย = ๑๕ วัน

รวม = ๕๕ วัน

 

เปลี่ยนจำนวนวันให้เป็นเวลานักษัตร

เวลานักษัตรเพิ่มขึ้นวันละ ๔ นาที ๕๕ * ๔ = ๒๒๐ นท

เปลียนเป็น ชม ๒๒๐ / ๖๐ = ๓ ชม ๔๐ นท

 

หาเวลาจาก ๐๐.๐๐ น. จนถึงเวลาเกิด

๐๐.๐๐ – ๑๙.๐๐ น = ๑๙.๐๐ ชม

เปลี่ยนเเวลาเกิดให้เป็นเวลานักษัตร

ชดเชยเวลานักษัตร ชั่วโมงละ ๑๐ วินาที ๑๙ * ๑๐ = ๑๙๐ วินาที

เปลี่ยนเป็น นท ๑๙๐ / ๖๐ = ๓ นท ๑๐ วท

เปลี่ยนเป็นเวลานักษัตร = ๑๙ ชม + ๓ นท ๑๐ วท

= ๑๙ ชม ๓ นท ๑๐ วท

 

๔.ชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อนตามจำนวนวัน จากวันที่ ๒๑ กย จนถึงวันเกิด จากข้อ ๒

ชดเชยโดยการหักออกวันละ ๔ วืนาที

๕๕ วัน = ๕๕ * ๔ = ๒๒๐ วินาที

แปลงเป็นนาที = ๓ นท ๔๐ วท

เวลาชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อน = ๓ นท ๔๐ วท

นำเวลาที่หาได้จาก ๒ ไปรวมกับ เวลาที่หาได้จาก ๓ แล้วหักด้วยเวลาจากข้อ ๔ ก็จะเป็นเวลานักษัตรที่สมบูรณ์

เวลานักษัตรจาก ๕๕ วัน = ๓ ชม ๔๐ นท จาก ๒

เวลาเกิดที่เป็นเวลานักษัตร = ๑๙ ชม ๓ นท ๑๐ วท จาก ๓

= ๒๒ ชม ๔๓ นท ๑๐ วท

หักเวลาคลาดเคลื่อนตามจำนวนวัน ๓ นท ๔๐ วท

เวลานักษัตรที่สมบูรณ์ = ๒๒ ชม ๓๙ นท ๓๐ วท

เวลานักษัตร วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พศ ๒๕๐๐ เวลา ๑๙.๐๐ น. ที่จังหวัดอุบลราชธานี คือ ๒๒ ชม ๓๙ นท ๓๐ วท

จากตัวอย่างที่ผ่านมา เป็นการแสดงการคิดเวลานักษัตรของจังหวัดอุบลราชธานี ซื่งเป็นเวลามาตรฐานของประเทศไทยจึงไม่มีการหักเวลาหรือคิดเวลาให้เป็นเวลาท้องถิ่นประการใดทั้งสิ้น หากเปลี่ยนเป็นสถานที่อื่นๆ จะต้องหักเวลาท้องถิ่นประจำสถานที่เสียก่อน ดังในตัวอย่างที่ ๒

 

ตัวอย่างที่ ๒

วันที่ ๑๓ ธันวาคม เวลา ๑๒.๐๐ น กรุงเทพมหานคร

หาเวลานักษัตรประจำวัน

๒๑ กย – ๓๐ กย = ๙ วัน

๑ ตค – ๓๑ ตค = ๓๑ วัน

๑ พย – ๓๐ พย = ๓๐ วัน

๑ ธค – ๑๓ ธค = ๑๓ วัน

รวม  = ๘๓ วัน


เปลี่ยนจำนวนวันให้เป็นเวลานักษัตร

เวลานักษัตรเพิ่มขึ้นวันละ ๔ นาที

๘๓ * ๔ = ๓๓๒ นท

เปลียนเป็น ชม ๓๓๒ / ๖๐ = ๕ ชม ๓๒ นท

เวลานักษัตรประจำวันเกิด = ๕ ชม ๓๒ นท

หาเวลาจาก ๐๐.๐๐ น. จนถึงเวลาเกิด

เปลี่ยนเวลาให้เป็นเวลาท้องที่ กรุงเทพมหานคร

๑๒.๑๘ – ๑๘ นท = ๑๒.๐๐ น. (ตัวแก้เวลากรุงเทพ=๑๘ นท)

๐๐.๐๐ – ๑๒.๐๐ น = ๑๒.๐๐ ชม

 

เปลี่ยนเวลาเกิดที่คำณวนได้ให้เป็นเวลานักษัตร

ชดเชยเวลานักษัตร ชั่วโมงละ ๑๐ วินาที

๑๒ * ๑๐ = ๑๒๐ วินาที

เปลี่ยนเป็น นท ๑๒๐ / ๖๐ = ๒ นท

เปลี่ยนเป็นเวลานักษัตร = ๑๒ ชม + ๒ นท

๑๒ ชม ๒ นท

 

๔.ชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อนตามจำนวนวัน จากวันที่ ๒๑ กย จนถึงวันเกิด จากข้อ ๒

โดยชดเชยโดยการหักออกวันละ ๔ วินาที

๘๓ วัน = ๘๓ * ๔ = ๓๓๒ วินาที

แปลงเป็นนาที = ๕ นท ๓๒ วท

เวลาชดเชยเวลานักษัตรที่คลาดเคลื่อน = ๕ นท ๓๒ วท

เวลานักษัตรประจำวัน = ๕ ชม ๓๒ นท

เวลานักษัตรจากเวลาเกิด = ๑๒ ชม ๒ นท

= ๑๗ ชม ๓๔ นท

หักเวลาชดเชย = - ๕ นท ๓๒ วท

เวลานักษัตรที่สมบูรณ์ = ๑๗ ชม ๒๘ ๒๘ วท

เคล็ดลับในการหาเวลาชดเชย ( ตัวแก้เวลานักษัตร )

ท่านสามารถหาเวลาชดเชยของเวลานักษัตรที่จะเอามาหักออกจากเวลานักษัตรประจำวันได้ไปพร้อมๆกันกับการหาเวลานักษัตรประจำวันโดยการแปลงหน่วยเวลานักษัตรประจำวันลง ๑ ระดับ ดังนี้

ชม ลดลง ๑ ระดับ = นท

นท ลดลง ๑ ระดับ = วท

เช่น หาเวลานักษัตรประจำวันได้ ๓๓๒ นาที เวลาชดเชยก็จะเป็น ๓๓๒ วท ( แปลงหน่วย นท ลง ๑ ระดับ เป็น วท ) หรือ เวลานักษัตรประจำวัน = ๕ ชม ๓๒ นท ( แปลง ๓๓๒ นท เป็น ชม ) ก็จะได้เวลาชดเชยเป็น ๕ นท ๓๒ วท ( ๓๓๒ วท ) นั่นเอง

ทำไมต้องคำณวนแก้เวลานักษัตร ?

หลายท่านมีข้อสงสัยในเรื่องนี้ อันที่จริงมิใช่เรื่องราวซับซ้อนแต่ประการใด หากแต่เกิดจากกลวิธีในการลดทอนความยุ่งยากในการคำณวน เหตุผลคือ

“เวลานักษัตรจะเพิ่มขึ้นวันละ ๓ นท ๕๖ วท”

หากเราใช้อัตรานี้ในการคำณวนจะเกิดความยุ่งยากและน่าเบื่อ จึงใช้อัตรา ๔ นท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลงตัวทำให้ง่ายในการคำณวนแต่ตัวเลขนี้จะทำให้เวลานักษัตรมากกว่าที่เป็นจริงวันละ ๔ วท โดยประมาณ หากเป็นจำนวนวันน้อยๆ ค่าที่ผิดพลาดก็จะเล็กน้อย แต่หากเป็นจำนวนวันมากขึ้น ค่าเวลาที่เกินเหล่านี้ก็จะมากเป็นเงาตามตัว เช่น ๓๐๐ วัน ก็จะได้ค่าที่เกินไปถึง ๓๐๐ * ๔ = ๑๒๐๐ วท = ๒๐ นท เวลานักษัตรที่ผิดไปถึง ๒๐ นท นี้ หากเรานำไปหาตำแหน่งลัคนา หรือทศมลัคนา ก็จะผิดพลาดไปถึงประมาณ ๕ องศา เลยทีเดียว จึงต้องหักด้วยตัวแก้เวลาที่เราคำณวนนั่นเอง

ที่จริงหากท่านมีเครื่องคำณวนที่สามารถคำณวนวิทยาศาสตร์ (DMS) ท่านสามารถใช้ค่า ๓นท ๕๖ วท เป็นตัวคำณวนได้เลย และไม่ต้องคำณวนตัวแก้เวลาซึ่งก็จะได้ผลลัพท์ที่เหมือนกัน

ข้อสังวรณ์

เวลานักษัตรที่เราคำณวนได้นี้อาจมีค่าผิดแผกกับการคำณวนในวิธีอื่นอยู่บ้าง เท่าที่เคยทดสอบ เปรียบเทียบมาโดยตลอดกับโปรแกรมคำณวนโหราศาสตร์หลายๆโปรแกรม ทั้งในและต่างประเทศเช่น SolarFire ,Janus , Zetlite,Astrolog หรือ AstroWin เป็นต้น พบว่าค่าผิดพลาดที่ได้ไม่เกิน ๔ นท ซึ่งค่าความแตกต่างนี้เมื่อนำไปคำณวนเป็นลัคนาก็จะมีความแตกต่างได้ประมาณ ๑ องศา บางท่านอาจมีความรู้สึกว่าคลาดเคลื่อนมาก แต่ขอรับประกันว่าค่าองศาของ ลัคนาและทศมลัคนา ที่ท่านได้จากการนำค่าเวลานักษัตรที่คำณวนโดยวิธีนี้ไปใช้คำณวนหาลัคนา เที่ยงตรงกว่าที่ท่านได้จากระบบจานหมุนหลายๆแบบที่มีอยู่หลายช่วงตัว คิดว่าน่าจะเพียงพอเพราะท่านต้องยอมรับว่า ท่านได้ข้อมูลเหล่านี้มาโดยมิได้อาศัยทรัพยากรจากที่ใด หรือของผู้ใดทั้งสิ้นนอกจากทรัพยากรสมองจากความรู้ของตัวท่านเอง ยอมเสียเวลาคำณวนสักเล็กน้อยแล้วท่านก็จะพบว่าผลลัพท์ที่ได้นั้นคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็เป็นการบริหารสมองของท่าน (กันสมองฝ่อเพราะไม่ได้ใช้งาน)

ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีการคลาดเคลื่อนนั้นเกิดจากจุดตั้งต้น ที่ 00.00 ชม นั้น บางปีไม่ใช่เป็นวันที่ 21 กย.

 

ขณะนี้ผมกำลังสร้างตารางสำเร็จเพื่อช่วยในการหาเวลานักษัตรให้ละเอียดถูกต้องยิ่งขึ้นเสร็จแล้วจะทำการเผยแพร่ทางเวบนะครับ

เทคนิคในการหาเวลานักษัตรแบบนี้นั้นผมได้มาจากการสังเกตุและค้นคว้าด้วยตัวผมเอง  เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์จึงได้นำมาเผยแพร่ให้นักโหราศาสตร์มือใหม่ไว้ศึกษากันครับ …

อ่านแล้วนำไปใช้ได้ผลอย่างไร หรือมีปัญหาอย่างไร สามารถสอบถามได้นะครับ …….

สวัสดี ….

 

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!